การรับขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

    (1) มีสัญชาติไทย

    (2) มีอายุ 59 ปี (ในกรณีที่ในทะเบียนราษฎร์ ไม่ปรากฏวันที่และ/หรือเดือนเกิด ให้ถือว่าบุคคลนั้น เกิดในวันที่ 1 มกราคม) เนื่องจากเป็นการสำรวจล่วงหน้า

    (3) ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการบำนาญ ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพเดิม หรือผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่เป็นรายได้ประจำจากหน่วยงานของรัฐ

 

ขั้นตอนในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

   ให้ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นยื่นคำขอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ใน

ทะเบียนบ้าน ระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน ของทุกปี และจะเริ่มได้รับเงินในเดือนตุลาคมปีถัดไป พร้อมนำหลักฐานต่อไปนี้

    (1) สำเนาบัตรประชาชน

    (2) สำเนาทะเบียนบ้าน

    (3) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส.สาขาอุทัย

กรณี ที่ผู้สูงอายุไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ และไม่มีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินแทน

    

หมายเหตุ   โดยจะเริ่มได้รับเบี้ยยังชีพครั้งแรก ในเดือนตุลาคมของปีถัดไป เนื่องจากเป็นการสำรวจล่วงหน้า เพื่อตั้งงบประมาณในปีถัดไป และถ้าผู้สูงอายุย้ายทะเบียนบ้าน จะต้องไปลงทะเบียนตามภูมิลำเนาใหม่ และได้รับเงินจากที่เก่าจนครบ 1 ปี 

นโยบายรัฐบาลในการจ่ายเงินผู้สูงอายุแบบขั้นบันได

                             อายุ 60-69 ปี            ได้รับเบี้ยยังชีพ  600  บาท

                             อายุ 70-79 ปี            ได้รับเบี้ยยังชีพ   700  บาท           

                             อายุ 80-89 ปี            ได้รับเบี้ยยังชีพ   800  บาท

                             อายุ 90 ปี ขึ้นไป         ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000  บาท