หลัก 11 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ

หลัก 11 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ

 

ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้  วันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็น   "วันผู้สูงอายุแห่งชาติ"   โดยเห็นชอบให้มีการจัด
กิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสดังกล่าว  มาตั้งแต่ปี 2526   และในปีนี้ได้กำหนดให้เดือนเมษายน เป็นเดือนแห่งการจัดงานวัน
ผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2551 โดยกำหนดหัวข้อการจัดงาน "เตรียมความพร้อมไม่ต้องเดี๋ยว เผลอแป๊ปเดียวก็สูงวัย"
เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันจัดกิจกรรม   โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักใน
คุณค่าของผู้สูงอายุ  และการเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ  นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาท  สูงวัยอย่างมีพลัง
(Active ageing) อีกด้วย
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ  จึงได้ส่งเสริมสนับสนุน
และเผยแพร่ให้ข้าราชการและพนักงานในสังกัด ตลอดจนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญและใส่ใจดูแลผู้สูงอายุ
ให้มากขึ้น เนื่องจาก "ผู้สูงอายุ"  จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย สมอง อารมณ์ และสังคม ดังนั้น  หากบุตรหลานและ
ผู้ใกล้ชิดเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และเอาใจใส่ดูแลให้มากขึ้น  ก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุปรับตัวเข้าสู่วัยสูงอายุได้อย่างมี
ความสุข"ผู้สูงอายุ" คำนิยามในทางการแพทย์และสาธารณสุข คือ ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งโดยปกติร่างกายของ
สิ่งมีชีวิต จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายไปในทางที่เสื่อมลง ตั้งแต่อยู่ในวัยกลางคน แต่จะเห็นเป็นลักษณะของความเสื่อม
อย่างชัดเจน ตั้งแต่อายุประมาณ 40 กว่าปีเป็นต้นไป
ผู้สูงอายุ จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย เนื่องจากความสูงอายุ ซึ่งแต่ละคน จะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยไม่เท่า
กัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพและการใช้ชีวิตในวัยที่ผ่านมา  ร่วมกับผู้สูงอายุบางคนมีโรคประจำตัว ซึ่งทำให้สมรรถภาพของร่างกาย
เสื่อมถอยลงไป จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุคือ เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้สามารถใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างมีความ
สุข มีอิสระที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพตามที่ตนต้องการ ถึงแม้สภาพร่างกายจะเสื่อมถอยไป  และมีโรคเรื้อรังต่าง ๆ อยู่ก็
ตาม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าวนี้ การดูแลผู้สูงอายุจะต้องเน้นที่จะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ร่วมกับส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ตามที่สภาพร่างกาย จิตใจ และเวลาเอื้ออำนวย โดยยึด 
หลัก 11 อ.เพื่อสุขภาพกายใจที่ดี ดังนี้

1. อาหาร
ความต้องการพลังงานลดลง แต่ความต้องการสารอาหารต่าง ๆ  ยังใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่  ผู้สูงอายุ
ควรลดอาหารประเภทไขมัน   (น้ำมันจากสัตว  ์และพืช  ไข่แดง  เนย)   และประเภทคาร์โบไฮเดรต   (ข้าว แป้ง  และน้ำตาล)
ผู้สูงอายุควรได้รับอาหารโปรตีน หรือกลุ่มเนื้อสัตว์ ประมาณ 50-60 กรัมต่อวัน หรือประมาณมื้อละ 2 ช้อนโต๊ะ ควรเป็นเนื้อ
สัตว์ที่ย่อยง่าย พวกปลาจะดีที่สุด  ผู้สูงอายุกินไข่ขาวได้ไม่จำกัด แต่ควรกินไข่แดงไม่เกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์  ผู้สูงอายุควรกิน
ผักมาก ๆ ทั้งผักที่ใช้ใบ หัว และถั่วต่าง ๆ ผลไม้รับประทานได้มากเช่นกัน  แต่ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจัด  ผลไม้ที่หวานจัด
เช่น กล้วยสุก มะม่วงสุก ทุเรียน ลำไย ควรรับประทานแต่น้อย  เพราะถ้ารับประทานมาก  อาจจะทำให้เกิดโรคตามมาได้ เช่น
เบาหวาน เป็นต้น

2. ออกกำลังกาย
ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีความคล่องตัว แข็งแรง  ซึ่งจะทำให้การ
ทรงตัว และการเคลื่อนไหวดีขึ้น ไม่หกล้มง่าย

3. อนามัย
คือ การดูแลตนเองโดยเฉพาะให้พยายาม ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ เหล้า และ
พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ  รวมทั้งสังเกตการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย  การขับถ่าย เป็นต้น  และควรได้รับการตรวจ
สุขภาพเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่อายุประมาณ 65 ปี เป็นต้นไป

4. อุจจาระ ปัสสาวะ
จะต้องให้ความสนใจการขับถ่ายของผู้สูงอายุด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่ บางรายอาจจะเกิดปัญหาถ่ายยาก ถ่ายลำบาก
อีกส่วนหนึ่งอาจมีปัญหาเรื่องกลั้นการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งแต่ละปัญหาจะต้องให้การดูแลแก้ไขไปตามสาเหตุ

5. อากาศ และแสงอาทิตย์
จะเน้นให้อยู่ในสถานที่ ๆ มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสม

6. อารมย์ อดิเรก อนาคต และอบอุ่น
เป็น 4 อ. ที่เน้นทางด้านความรู้สึกนึกคิด และจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้การมีชีวิตอยู่แต่ละวันมีความ
สุข มีความรื่นรมย์กับการมีชีวิตอยู่   และมีคุณภาพชีวิตที่ดี   ควรเข้าใจธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ   และปรับความรู้สึกนึกคิดไป
ตามนั้น ไม่ยึดแต่ลักษณะเก่า ๆ ดั้งเดิมที่เคยเป็นมา ควรมีงานอดิเรกที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรเป็นสิ่งที่เป็นภาระมากนัก เช่น ถ้าอยู่
คนเดียวก็ไม่ควรเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก   เพราะจะเป็นภาระในการซื้อหา และให้อาหาร  และถ้าสัตว์เจ็บป่วย  เสียชีวิต ก็จะเกิด
ความสลดหดหู่ และจิตใจเศร้าหมองได้   ผู้สูงอายุควรคิดถึงอนาคตด้วย   และควรพยายามเข้าร่วมในสังคมกลุ่มต่าง ๆ  ตาม
สมควร การมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือต่างรุ่น จะทำให้มีความอบอุ่น และรู้สึกถึงคุณค่าของตน

7. อุบัติเหตุ
เกิดขึ้นได้ทุกขณะ และอาจทำให้เกิดความบาดเจ็บ และความพิการต่างๆ ได้ ควรพยายามดูแลสภาพบ้านเรือนให้
ปลอดภัย มีแสงสว่างพอเหมาะ พื้นไม่ลื่น หรือควรมีราวจับในบางแห่งที่เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย ๆ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นหลักการเบื้องต้น ในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละคนจะมีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้น จะต้องปรับการ
ดูแลให้เหมาะสม หลักสำคัญก็คือ ต้องให้ท่านเหล่านั้นสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง โดยพึ่งพาผู้อื่นน้อยที่
สุด และมีความสุขกายสบายใจในบั้นปลายของชีวิต ดังคำที่ว่า "เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน"