โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)

โรคไข้หวัดนกเป็นโรคติดต่อของสัตว์ประเภทนก ตามปกติโรคนี้ติดต่อมายังคนไม่ง่ายนัก ยกเว้นคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ที่เป็นโรคอาจติดเชื้อได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังสอบสวนโรค เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างกว่างขวางในประเทศไทยในช่วงต้น พ.ศ.2547

สาเหตุ

เกิดจากเชื้อไวรัสเอเวียนฟลูเอนซา ชนิด เอ(Avian Influenza Type A)

แหล่งของเชื้อโรค

พบได้ในนกเป็ดน้ำ กลุ่มนกอพยพและนกตามธรรมชาติเป็นแหล่งโรคโดยไม่แสดงออกส่วนเป็ด ไก่ ในฟาร์มปศุสัตว์หรือตามบ้านเรือนเป็นแหล่งโรคที่สามารถติดเชื้อและแสดงอาการของโรคได้

การติดต่อ

คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้จากการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง และโดยทางอ้อมจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ที่เป็นโรค เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ที่ป่วย จากการเฝ้าระวังโรคยังไม่พบว่ามีการติดต่อระหว่างคนสู่คน แต่มีกลุ่มของอัตราเสี่ยงในการเกิดโรค ได้แก่ ผู้ที่มีอาชีพและใกล้ชิดกีบสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ขนย้าย ผู้ขายสัตว์ปีกและ ซากสัตว์ปีก สัตวบาล และสัตวแพทย์ รวมถึงเด็กๆที่เล่นคลุกคลีกับสัตว์

อาการ

ระยะฟักตัวในคนใช้เวลาสั้นประมาณ 1-3 วัน อาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีน้ำมูก ไอ และเจ็บคอ บางครั้งอาจมีอาการตาแดง ซึ่งจะหายเป็นปติเองภายใน 2-7 วัน หากเกิดมีอาการติดเชื้อหรืออาการแทรกซ้อน อาจมีอาการรุนแรง ทำให้ปอดบวม และหัวใจล้มเหลวได้ โดยเฉพาะในเด็ก และผู้สูงอายุ

การรักษา

ไม่มียาที่ใช้รักษาโรคนี้ได้โดยตรง ซึ่งในปัจจุบันแพทย์รักษาเหมือนกับการรักษาไข้หวัดใหญ่ทั่วไปคือรักษาตามอาการ ส่วนการใช้ยาต้านไวรัสขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

การป้องกัน

มีการปฏิบัติดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยเป็นโรค

2. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งและอาบน้ำหลังสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย

วิธีการล้างมือที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพดังนี้

1.ทำมือให้เปียกด้วยน้ำ

2.ฟอกสบู่หรือสบู่เหลว

3. ล้างมือเพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกไป ด้วยวิธีการต่อไปนี้
4. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาด